Home Beauty คอลลาเจนคืออะไร?

คอลลาเจนคืออะไร?

by AliePhoebe

คอลลาเจนคืออะไร?

คอลลาเจนเป็นโปรตีนขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่น พบได้ในผิวหนัง กระดูก กระดูกอ่อนและเอ็น คิดเป็นประมาณ 25-35% ของโปรตีนในร่างกาย จึงถือว่าคอลลาเจนเป็นแหล่งโปรตีนที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ (Marcus 1996)

คอลลาเจนเป็นเส้นใยที่แทรกอยู่ระหว่างเซลล์ของ “เนื้อเยื่อประสาน (Connective Tissue)” ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่พบอยู่ทั่วไปในร่างกายคนเรา ทำหน้าที่ในการพยุงและยึดเหนี่ยวโครงสร้างส่วนต่างๆให้คงเป็นรูปอยู่ได้ เนื้อเยื่อประสานพบได้ในเอ็นยึดข้อ (Tendons) กระดูกอ่อน เอ็นยึดกระดูก (ligaments)  จากที่เราเห็นจากภาพที่ 1 โครงสร้างของหัวเข่า ที่ที่เราจะได้เห็นว่าเนื้อเยื่อประสานเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของหัวเข่า ในช่องว่างของเซลล์ของเนื้อเยื่อประสานที่อยู่กันอย่างกระจัดกระจาย จะมีเส้นใยคอลลาเจนที่มีความยืดหยุ่นสูงแทรกอยู่ระหว่างเซลล์เนื้อเยื่อประสานเป็นจำนวนมาก

เนื้อเยื่อประสานมีทั้งชนิดหลวมและชนิดหนาแน่น แตกต่างกันที่จำนวนของเส้นใยที่แทรกอยู่ระหว่างเซลล์เนื้อเยื่อ  ซึ่งเนื้อเยื่อชนิดหลวมนั้นมีเส้นใยไม่กี่เส้นในขณะที่เนื้อเยื่อชนิดหนาแน่นจะมีเส้นใยคอลลาเจนประกอบอยู่เกือบทั้งหมด เนื้อเยื่อชนิดหลวมสามารถพบได้บริเวณใต้ผิวหนัง เยื่อบุต่างๆ หรือล้อมรอบต่อมต่างๆในร่างกาย หรือแทรกอยู่ในเส้นใยของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท รวมถึงในอวัยวะและเนื้อเยื่ออื่นๆ ทำให้ร่างกายมีความทนทานต่อแรงดึงและมีความยืดหยุ่นสูงในทุกทิศทาง เนื้อเยื่อประสานชนิดหนาแน่นพบได้ในเอ็นยึดข้อและเอ็นยึดกระดูกที่ยึดกล้ามเนื้อกับกระดูกหรือยึดกระดูกกับกระดูกเข้าด้วยกัน โดยที่ในส่วนของเอ็นยึดข้อนั้นจะมีความทนทานต่อแรงดึงในทิศทางเดียวกันกับเส้นใย ในขณะที่เอ็นยึดกล้ามเนื้อจะมีความทนทานต่อแรงดึงในทุกทิศทาง เส้นใยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวหนัง ผม และเล็บ (Scrieber 2007, Sibilla et al. 2015, Flaschmajer et al. 1990) วิตามินซีเป็นสิ่งสำคัญในการสังเคราะห์ของคอลลาเจน วิตามินซีจะทำปฏิกิริยากับกรดอะมิโนโปรลีนและไฮดร็อกซี่โปรลีน วิตามินซีจะให้ไฮโดรเจนและอ็อกซิเจนแก่กรดอะมิโนเพื่อที่จะนำไปใช้ในการผลิตคอลลาเจน ถ้าไม่มีวิตามินซีก็จะไม่เกิดการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งปัจจุบันนี้ มีการทดสอบมากมายพิสูจน์แล้วว่าวิตามินซีมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนในกระดูก กระดูกอ่อน ผิวหนัง และผนังหลอดเลือด และวิตามินซียังให้พลังงานที่ใช้ในการเมตาบอลิซึ่มปกติด้วย (EFSA, vitamin C claims)

ในคนที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนจำนวนลดลงและเส้นใยคอลลาเจนจะอ่อนแอลง ทำให้สภาพผิวหนังของเราเปลี่ยนแปลง หยาบกร้าน แห้ง และไม่ยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่นอันเป็นผลมาจากความเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อประสาน มีสมมติฐานว่าการผลิตคอลลาเจนจะลดลงปีละ 1.5% นั่นคือเมื่อเราอายุ 45 ปีการผลิตคอลลาเจนจะลดลงถึง 30% เซลล์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ไฟโบรบลาสต์ จะผลิตโปรคอลลาเจนเพื่อทดแทนเส้นใยคอลลาเจนที่ย่อยสลายไปเพื่อรักษาสมดุลย์ โปรคอลลาเจนนี้จะเปลี่ยนรูปและบิดตัวเข้าหากันกลายเป็นเส้นใยคอลลาเจนที่แข็งแรงและยืดหยุ่น เส้นใยคอลลาเจนมีคุณสมบัติในการจับกับน้ำทำให้ผิวหนังนุ่มและเต่งตึง

ในรูปที่ 2 แสดงให้เห็นการลดลงของคอลลาเจนตามอายุผิวหนังที่มากขึ้น รูปแรกจะเห็นความหนาแน่นและแข็งแรงของเส้นใยคอลลาเจน อิลาสติน และกรดไฮยาลูนิค แต่เมื่อเวลาผ่านไปเส้นใยจะอ่อนแอลง ริ้วรอยจะเพิ่มขึ้นและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามวัยที่สูงขึ้น

ก่อนที่โปรตีนจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย กระเพาะอาหารของเราจะย่อยโปรตีนให้เล็กลงกลายเป็นเป็ปไทด์ (โปรตีนสายสั้น) และกรดอะมิโน  ร่างกายจะสามารถดูดซึมเป็ปไทด์สายสั้นๆได้ดีและนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เป็ปไทด์บางชนิดมีคุณสมบัติในการเป็น Bioactive นั่นคือส่งผลในทางบวกในเรื่องของความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน มะเร็ง อาการเจ็บปวด และคอเลสเตอรอล (BT insight, Professional proteins)

ชนิดของคอลลาเจนหลักๆที่พบกันทั่วไปคือ คอลลาเจนชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 คอลลาเจนชนิดที่ 1 เป็นคอลลาเจนที่มีจำนวนมากที่สุดและพบได้ทั่วไปในร่างกาย ยกเว้นบริเวณกระดูกอ่อน ส่วนคอลลาเจนชนิดที่ 2 พบมากที่กระดูกอ่อนและน้ำในไขข้อ

คอลลาเจนที่ได้จากปลาทะเลเป็นคอลลาเจนชนิดที่ 1 ที่พบในไฟโบรบลาสต์และเซลล์เนื้อเยื่อประสานที่ผิวหนังรวมทั้งในเนื้อเยื่อกระดูก นอกเหนือจากการช่วยให้กระดูกยึดติดกันและยืดหยุ่นได้แล้วยังช่วยเรื่องการดูดซึมของแร่ธาตุและระบบเมตาบอลิซึ่มของกระดูกด้วย (Marcus 1996) ร่างกายสามารถดูดซึมและได้รับประโยชน์จากคอลลาเจนจากปลาทะเลได้มากกว่าคอลลาเจนจากวัวและสุกรถึง 1.5 เท่าเพราะคอลลาเจนจากปลาทะเลมีอนุภาคเล็กกว่า อนุภาคขนาดเล็กจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว ก่อนจะถูกลำเลียงไปยังผิวหนัง กระดูกและข้อต่อเพื่อใช้ในการสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่อีกครั้ง

ความแตกต่างของคอลลาเจน กับ คอลลาเจนเป็ปไทด์

คอลลาเจนคือโปรตีนโครงสร้างใหญ่ชนิดหนึ่ง ส่วนคอลลาเจนเป็ปไทด์คือเป็ปไทด์สายสั้นของคอลลาเจน เพราะคอลลาเจนมีโมเลกุลที่ใหญ่กว่าและยากต่อการดูดซึมและนำไปใช้ มันจึงถูกย่อยโดยเอ็นไซม์ทำให้สูญเสียสภาพที่เป็นเจลกลายมาเป็นสารละลายน้ำซึ่งมีโมเลกุลเล็กกว่าและร่างกายจะดูดซึมได้ดีกว่า ภายในเป็ปไทด์ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นที่ใช้ในการสร้างเนื้อเยื่อประสาน การได้รับคอลลาเจนเป็ปไทด์ยังช่วยให้ร่างกายเราสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้นด้วย 

ทำไมถึงต้องเป็นคอลลาเจนจากปลาทะเล

ถึงแม้ว่าคอลลาเจนจะมีโปรตีนอยู่มากมาย แต่มันมีกรดอะมิโนที่แตกต่างจากโปรตีนที่เราได้รับจากเนื้อปลาค็อด นั่นหมายความว่ากรดอะมิโนที่มาจากคนละแหล่งก็จะทำหน้าที่ในร่างกายแตกต่างกันด้วย คอลลาเจนจากปลาทะเลมีกรดอะมิโนสำคัญคือไกลซีน โปรลีน และไฮดร็อกซี่โปรลีนซึ่งมีหน้าที่ในการกระตุ้นเซลล์ผิวหนัง กระดูก และข้อต่อในการผลิตคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้เนื้อเยื่อประสานและกระดูกแข็งแรงขึ้นเช่นเดียวกับผิวหนัง คอลลาเจนจากปลาทะเลยังมีกรดอะมิโนจำเป็นอย่างอาร์จีนีน ซึ่งร่างกายจะใช้ไกลซีนและอาร์จินีนในการสร้างครีเอทีนด้วย

ไกลซีน (Glycine) ใช้ในการสังเคราะห์คอลลาเจนร่วมกับโปรตีนอื่นๆอีกหลายชนิด มีหน้าที่ในการปกป้องอวัยวะและเนื้อเยื่อจากอาการอักเสบ

โปรลีน (Proline) เป็นสารตั้งต้นของไฮดร็อกซี่โปรลีนที่พบในการผลิตคอลลาเจน เอ็นยึดข้อ และเอ็นยึดกระดูก โปรลีนใช้ในการรักษาอาการข้อเสื่อม ในการผลิตคอลลาเจนของโปรลีนจะต้องใช้วิตามินซีร่วมด้วย ร่างกายจะผลิตโปรลีนเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดการบาดเจ็บและเพื่อซ่อมแซมการสึกหรอของกล้ามเนื้อ แสดงว่าคอลลาเจนจากปลาทะเลมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมร่างกายภายหลังการออกกำลังกาย

ไฮดร็อกซี่โปรลีน เกิดจากปฏิกิริยา Hydroxylation ของโปรลีนโดยอาศัยวิตามินซี เมื่อมีการดูดซึมไฮดร็อกซี่โปรลีนเข้าสู่ร่างกายจะเป็นสัญญาณให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน ถ้าขาดวิตามินซี โมเลกุลของคอลลาเจนจะไม่มีความเสถียร

 

ผลของคอลลาเจนเป็ปไทด์จากปลาทะเลต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูกและผิวหนัง

ส่งเสริมการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

คอลลาเจนเป็ปไทด์ ช่วยเพิ่มคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ในไฟโบรบลาสต์ของเอ็นต่างๆอย่างมีนัยยะสำคัญ จากการศึกษาพบว่าคอลลาเจนเป็ปไทด์มีส่วนช่วยในการป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเอ็นเหล่านั้นด้วย

ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนเป็ปไทด์ ได้ถูกจำหน่ายในวงการยาและอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปมานานแล้ว มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และพรีคลินิกแสดงให้เห็นถึงผลในทางบวกต่อความยืดหยุ่นของเอ็นยึดข้อ ความแข็งแรงของเอ็นยึดกระดูก ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อและกระดูก และเมตาบอลิซึ่มของกระดูก นอกจากนั้นยังมีการศึกษาผลของคอลลาเจนเป็ปไทด์จากปลาในขณะที่มีการแสดงออกของคอลลาเจน การเปลี่ยนแปลงโมเลกุลหลังการแปลรหัส และการสะสมแร่ธาตุในเซลล์กระดูกที่เพาะไว้ แสดงให้เห็นว่าคอลลาเจนเป็ปไทด์จากปลาสามารถเพิ่มการแสดงออกของยีนของเอ็นไซม์ที่ใช้ในกระบวนการแปลงของคอลลาเจน ทำให้การสังเคราะห์คอลลาเจนมากขึ้น และทำให้คุณภาพของคอลลาเจนและการสะสมแร่ธาตุของไฟโบรบลาสต์ดีขึ้น (Yamada, Shizuka et al. 2014)

มีผลในการการชะลอวัยให้กับผิวหนัง

คอลลาเจนจากปลาทะเลมีผลในการชะลอวัยบนผิวหนังมนุษย์ มีการทดลองทางคลินิกที่แสดงให้เห็นว่ามันช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังสตรีอายุ 35-55 ปีด้วย (Proksch et al. 2014)

ลดริ้วรอยบนผิวหนัง

มีการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มเดียวกันจากมหาวิทยาลัยไคเอล เยอรมันนี แสดงให้เห็นว่าคอลลาเจนจากปลาทะเลช่วยลดริ้วรอยบนผิวหนังหลังจากบริโภคคอลลาเจนละลายน้ำทุกวัน (Proksch et al. 2014)

ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น

จากการเปรียบเทียบผลของคอลลาเจนเป็ปไทด์ที่ได้รับจากการรับประทานต่ออายุสภาพของผิวหนังของสตรีชาวญี่ปุ่นและสตรีผิวขาวให้ผลที่ดีในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง โดยคอลลาเจนจากปลาทะเลทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นมากขึ้นถึง 12% ภายในระยะเวลา 8 สัปดาห์ และมีปริมาณคอลลาเจนในผิวหนังเพิ่มขึ้นภายในระยะเวลามากกว่า 12 สัปดาห์ (Asserin et al. 2015)

ขนาดของคอลลาเจนที่ใช้ในการศึกษานี้ใช้ปริมาณ 10 กรัมต่อวัน ระยะเวลามากกว่า 1 เดือน หลังจากนั้นลดปริมาณลงเหลือ 5 กรัมต่อวัน และถึงแม้คอลลาเจนจะละลายน้ำได้ดี แต่ก็สามารถผสมกับน้ำเปล่า น้ำผลไม้ สมูทตี้ หรือแม้กระทั่งโยเกิร์ต ข้าวต้ม มิวส์ลี่และอื่นๆได้ด้วย

ผลิตภัณฑ์ของ Seagardens

คอลลาเจนจากปลาทะเลของ Seagarden ทำจากหนังปลาค็อด (Gadus Morhua) ในทะเลแอตแลนติกเหนือ เป็นคอลลาเจนคุณภาพเยี่ยมจากธรรมชาติ 100% ที่อยู่ในรูปผงละเอียดซึ่งสามารถผสมในน้ำต่างๆได้ เป็นคอลลาเจนที่มีปริมาณโปรตีนสูงมากกว่า 90% ไม่ผสมสารสังเคราะห์และไม่มีสารกันบูด เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่สามารถทดแทนอาหารสุขภาพ หรือโปรตีนจากสัตว์ ควรบริโภคในรูปแบบของอาหารเสริมโภชนาการ

เครดิต : https://seagarden-norway.com/marine-collagen-good-body/

บทความแปลไทยโดย http://www.foodforfuture2016.com/

แสดงความคิดเห็น

comments