Home Beauty เคล็ดลับการ ” ดื่มกาแฟ ” อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด

เคล็ดลับการ ” ดื่มกาแฟ ” อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด

by sirisopa Food

กาแฟ หนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายคนดื่มกันในยามเช้าหรือในยามอ่อนเพลีย ไม่สดใสกระปรี้กระเปร่า ง่วงนอน เพื่อปลุกสมองให้ตื่นตัวมีพลัง และนอกจากประโยชน์ที่คุ้นเคยกันดีแล้ว กาแฟยังมีประโยชน์ทางการแพทย์ด้านอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ป้องกันโรคพาร์กินสัน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคอัลไซเมอร์ โรคไมเกรน โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม เป็นต้น ซึ่งการดื่มกาแฟนั้นก็ให้ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายโดยแท้จริง โดยมีเคล็ดลับง่าย ๆ ดังนี้

1.หลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาล นม หรือครีมเทียมในกาแฟ

สำหรับคนที่ดื่มกาแฟแบบไม่ต้องการให้น้ำหนักเพิ่ม นอกจากคำแนะนำของแพทย์ต่อผู้ที่หลงไหลในการดื่มกาแฟแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ครีมเทียม หรือเนย และถ้าคุณยังดื่มกาแฟที่มีส่วนผสมเหล่านั้นอยู่ น้ำหนักตัวของคุณก็จะเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วน หลอดเลือดหัวใจตีบ และอื่น ๆ อีกมาก ถ้าคุณเป็นคนที่ติดกาแฟมากจริง ๆ แล้วล่ะก็เราอยากให้ลองดื่มกาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาล ครีมเทียม นม หรือเนย ถ้าดื่มไม่ได้จริง ๆ ให้ลองใส่น้ำผึ้งแทน หรืออาจใส่ชินนาม่อนลงไปในแก้วกาแฟ เพื่อช่วยปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังช่วยเพิ่มวิตามินเคให้กับร่างกาย หรืออาจจะเติมโกโก้เพื่อเพิ่มความอร่อย แถมยังได้ประโยชน์จากโปรตีน สังกะสี และไฟเบอร์เพิ่มอีกด้วย วิธีนี้ควรเริ่มจากการลองดื่มในปริมาณที่น้อย ๆ และจิบช้า ๆ ให้พอรู้สึกตื่นตัวก่อน โดยให้ลองดื่มวันละแก้วดูก่อนค่ะ

2.เพิ่มความตื่นตัวของสมองอยู่เสมอ

การดื่มกาแฟ ชา โกโก้ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลายตลอดทั้งวัน ปลุกความสดชื่นให้สมองปลอดโปร่ง ซึ่งพบว่าคาเฟอีนช่วยลดความง่วง เพิ่มความตื่นตัวและความจดจ่อในช่วงระหว่างวันได้ดี นอกจากนี้ กาแฟยังเป็นตัวเลือกของผู้้ที่อดนอนหรือนอนไม่เต็มอิ่มในคืนก่อนหน้านี้ แล้วยังต้องการความตื่นตัวในวันถัดไป ยังมีการศึกษาพบว่า การผสมคาเฟอีนเข้ากับน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มชูกำลัง ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ความคิดและการทำงานของสมองได้มากกว่าการได้รับกลูโคสหรือคาเฟอีนเพียงอย่างเดียวเสียอีก

3.กาแฟสามารถยับยั้งอาการปวดไมเกรนได้ดี

กาแฟเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระงับความเจ็บปวด และยังสามารถลดอาการหอบหืดในผู้ที่เป็นโรคหอบบางรายได้อีกด้วย สาเหตุอาจมาจากการที่คาเฟอีนนั้นมักถูกใช้เป็นส่วนผสมในยาบรรเทาอาการปวดบางชนิด โดยอาจช่วยให้ยามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ แต่กระนั้น ยังไม่พบคำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดว่าการรับประทานกาแฟที่มีคาเฟอีนนั้นช่วยให้หายจากอาการปวดศีรษะได้จริงหรือไม่ ซึ่งการดื่มกาแฟก็ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนเสพติดได้เหมือนกัน เพราะกลิ่นหอม ๆ กับรสชาติที่แสนอร่อย และมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ก็ทำให้เราตกหลุมรักได้ไม่ยากค่ะ

4.ห่างไกลจากโรคซึมเศร้า

หลายคนที่คิดว่าตัวเองมีปัญหาโรคซึมเศร้า หรือมีญาติพี่น้อง หรือคนในครอบครัวที่เป็นอยู่ กาแฟสามารถช่วยได้ค่ะ เพราะในกาแฟมีฤทธิ์ของคาเฟอีนซึ่งจะทำให้รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า เมื่อได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้นะ โดยผลการวิจัยศึกษาพบว่า ผู้หญิงมีอาการเสี่ยงของโรคซึึมเศร้ามากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ดื่มกาแฟถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ ถึงแม้ว่าจะรักษาไม่หายขาดก็ตาม ซึ่งการดื่มกาแฟเพื่อลดความเสี่ยงจากอาการซึมเศร้านั้น ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและสม่ำเสมอนะคะ

เครดิต : https://bit.ly/2WPBXcd

 

แสดงความคิดเห็น

comments