Home Food เลือกสารให้ความหวานชนิดไหนแทนน้ำตาลดี?

เลือกสารให้ความหวานชนิดไหนแทนน้ำตาลดี?

by AliePhoebe

ในปัจจุบันมีสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ปลอดภัยให้เลือกใช้ในท้องตลาดอยู่หลายชนิด และกลุ่มคนที่จำเป็นต้องใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลโดยตรงคือกลุ่มคนป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล และยังนิยมกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนรักสุขภาพ และควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากใครๆ ก็บอกว่าจะลดน้ำหนักควบคุมน้ำหนักจะต้องลดการทานหวาน ลดทานน้ำตาล แต่จะทำอย่างไรมื้อเรายังชอบรสหวานๆอยู่ จึงทำให้เกิดการผลิตสารให้ความหวานขึ้นมาทดแทนน้ำตาลจริงๆ  เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เสพความหวาน โดยการสกัดทางเคมี และ ทดแทนด้วยสมุนไพร วันนี้เราจำแนกสารให้ความหวานที่ถือว่านิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และได้รับความนิยมกันอยู่ในปัจจุบัน

น้ำตาลทราย

เป็นน้ำตาลชนิดที่คุ้นเคยและใช้กันอย่างแพร่หลาย หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า ‘ซูโครส’ ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาล 2 ชนิดคือ กลูโคสและฟรุกโตส ทั้งนี้หมายความว่าเมื่อร่างกายบริโภคน้ำตาลซูโครสเข้าไป ก็จะถูกย่อยเป็นกลูโคสกับฟรุกโตสก่อนที่จะนำไปผ่านกระบวนการอื่นในร่างกายต่อไปนอกจากนี้ยังมีน้ำตาลทรายแดงจุดเด่นของน้ำตาลทรายแดงคือ ไม่ได้ผ่านกระบวนการฟอกสีอย่างสมบูรณ์ ทำให้ยังมีการปนของสารธรรมชาติจากอ้อยอยู่บ้าง น้ำตาลทรายแดงจึงมีกลิ่นรสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และอาจไม่ปนเปื้อนกับสารที่ใช้ฟอกสีเหมือนน้ำตาลทรายขาว กลูโคสจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเร็วกว่าน้ำตาลประเภทอื่น กลูโคสจะถูกนำไปใช้สร้างพลังงานในทันที หรืออาจถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของไกลโคเจน เก็บสะสมภายในกล้ามเนื้อหรือตับ เพื่อเป็นพลังงานสำรอง ร่างกายจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยเมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ไกลโคเจนจะถูกย่อยสลายให้กลายเป็นกลูโคสและปลดปล่อยเข้าสู่เลือดเพื่อใช้เป็นพลังงาน ในกรณีที่กลูโคสไม่เพียงพอ ตับจะสร้างน้ำตาลชนิดนี้จากแหล่งพลังงานอื่นขึ้นมา

แอสปาแตม

เป็นน้ำตาลเทียมที่ทำจากสารเคมีเป็นส่วนใหญ่ ให้ความหวานกว่าน้ำตาลธรรมชาติถึง 200 เท่า มีรสชาติใกล้เคียงกับน้ำตาลทรายแต่จะทิ้งรสขมเล็กน้อยหลังทาน เป็นที่นิยมอย่างมากในเครื่องดื่มน้ำอัดลมและคนไข้ที่เป็นเบาหวาน เนื่องจากไม่ทำให้เกิดภาวะฟันผุและไม่กระตุ้นน้ำตาลในเลือดสูง แต่มีข้อเสียคือเมื่อเก็บไว้เป็นเวลานานหรือโดนความร้อนสูงโครงสารของแอสปาแตมจะเปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าแอสปาแตมจะให้พลังงานน้อยมาก แต่ความเป็นสารเคมีเมื่อบริโภคไปนานๆอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาวได้ นอกจากนี้ยังมีผลจากงานวิจัยบางตัวเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งและการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมได้ถ้าทางในระหว่างตั้งครรภ์ แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตจะออกมาต้านทานโดยมีงานวิจัยที่พิสูจน์ได้ว่า แอสปาแตมไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด แต่อย่างไรก็ตามอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้น ไม่พึงพามากไปจนเกิดผลเสีย

ซูคราโลส

เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลเพราะใช้แค่ 1 ส่วนของซูคราโลสก็สามารถให้ความหวานแทนน้ำตาลทรายขาวได้ถึง 600 เท่า ดังนั้นถ้าชงกาแฟ 1 ถ้วยใส่น้ำตาลทรายขาว 2 ช้อนชาจะให้ความหวานเท่ากับซูคราโลส 0.00333 ช้อนชา ซูคราโลสเป็นสารให้ความหวานที่ปลอดภัย ถึงแม้จะเป็นสารเคมีแต่ก็เป็นสารเคมีที่ไม่มีสารสะสมในร่างกาย ข้อดีของซูคราโลส คือให้ความหวานใกล้เคียงน้ำตาล อร่อยแต่ไม่มีรสขมติดลิ้น ไม่ให้พลังงาน ละลายน้ำได้ดี ใช้ปรุงอาหารและขนมทุกชนิดที่ต้องใช้ความร้อนสูงและไม่สูญเสียความหวาน ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แต่การผลิตซูคราโลสทำโดยการเพิ่มคลอรีนเข้าไปในโมเลกุลน้ำตาล เป็นสาเหตุที่ทำให้กระเพาะไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น และอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ด้วยในบางคน

หญ้าหวาน

เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติมากที่สุด ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 250-300 เท่า แต่ไม่ถูกย่อยให้เกิดพลังงาน จึงทำให้มีพลังงานน้อยมาก หญ้าหวานจะออกรสหวานช้ากว่าน้ำตาลทรายเล็กน้อยและรสหวานจะจางหายไปช้ากว่าน้ำตาลทราย และยังสามารถทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส ยังไม่มีรายงานข้อแทรกซ้อนจากการใช้ และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อ.ย.)อนุญาติให้นำหญ้าหวานมาขึ้นทะเบียนเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้

หล่อฮั่งก้วย

เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทราย 150-300 เท่า ถือได้ว่าเป็นพืชจีนโบราณที่มีสรรพคุณทางยา ไม่มีแคลอรี่ ปัจจุบันจึงนิยมนำหล่อฮั่งก้วยมาใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลเช่นเดียวกับหญ้าหวาน แต่มีกลิ่นที่หอมหวานกว่า หล่อฮั่งก้วยมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญอย่างไกลโคไซด์ และซาโปนิน ที่มีผลในการส่งเสริมสุขภาพ และช่วยป้องกันการหลั่งฮีสตามีนซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแพ้อีกด้วย

ไซลิทอล

เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ธรรมชาติ พบได้ในพืชผัก ผลไม้หลายชนิด โดยเปรียบเทียบกับกูลโคส ถ้ากินกูลโคส 100 น้ำตาลในเลือดจะขึ้น 100 แต่ถ้ากินไซลิทอล 100 น้ำตาลในเลือดจะขึ้นแค่ 7 นั่นหมายถึงมีอัตราการดูดซึมค่อนข้างน้อย หรือแทบจะไม่มีผลในกระแสเลือดเลย และยังช่วยลดแบคทีเรียในช่องปากที่จะก่อให้เกิดฟันผุ  มีรสหวานอร่อย หลายๆประเทศชั้นนำในยุโรป และอเมริกาจึงมีการนำไซลิทอลมาใช้เป็นส่วนประกอบในขนมขบเคี้ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมากฝรั่งเพื่อช่วยลดปัญหาฟันผุ

กลูโคส

เป็นน้ำตาลขนาดเล็กโมเลกุลเดี่ยวร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อด้อยคือมีความหวานต่ำกว่าน้ำตาลทรายธรรมดาประมาณร้อยละ 40 ดังนั้น ถ้าต้องการความหวานปกติที่เคยใช้นำตาลทรายต้องใช้น้ำตาลกูลโคสเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 จะทำให้ร่างกายต้องรับน้ำตาลและพลังงานให้ปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น น้ำตาลกูลโคสเป็นน้ำตาล อย่างไรก็ตามการที่มีปริมาณกูลโคสต่ำเกินไปก็เป็นปัญหาสำคัญมาก โดยเฉพาะอวัยวะหนึ่งคือสมอง เพราะสมองคนเราเป็นอวัยวะที่มีอัตราการใช้กูลโคสมากเป็นอันดับแรก เพราะสมองทำงานตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนหลับ  ดังนั้นถ้าอดอาหารจะเกิดอาการกูลโคสไปเลี้ยงสมองไม่พอ จะทำให้มีอาการ เพลีย ง่วง คิดอะไรไม่ออก ไปจนถึงหน้ามืด เป็นลม

ฟรุกโตส

เป็นน้ำตาลที่ยังไม่ได้รับความแพร่หลายมากนัก ส่วนมากจะรู้จักในชื่อ น้ำตาลผลไม้ ฟรุกโตสเป็นส่วนประกอบของน้ำตาลทรายหรือซูโครส จึงสามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว พบได้ตามธรรมชาติในผลไม้ น้ำผึ้ง อ้อย หัวบีท ข้าวโพด และผักที่มีลักษณะเป็นราก ฟรักโทสจะไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดในทันที แต่มันมีผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ตับจะต้องเปลี่ยนฟรักโทสให้กลายเป็นกลูโคสก่อนที่ร่างกายจะสามารถนำไปใช้ได้ ถ้าเรารับประทานฟรักโทสมากกว่าปริมาณที่ตับสามารถจัดการได้ ส่วนเกินเหล่านั้นจะกลายเป็นคลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเช่น โรคอ้วน ไขมันพอกตับ และคลอเรสเตอรอลสูงได้

 

แสดงความคิดเห็น

comments